• PISAMAI

PISAMAI Story episode 1

อัพเดตเมื่อ: ม.ค. 19

ก่อนอื่นขอเดาเลยว่าหลายคนพอได้ยินคำว่า "หวาย" เป็นครั้งแรกอาจจะรู้สึกงุนงงว่ามันคืออะไรกันแน่ หรือฉันหูฝาดมาจากคำว่าไวน์? จริงๆแล้วหวายไม่ได้เป็นคำที่แปลกใหม่ เพียงแต่ในปัจจุบันเราอาจจะมีความสัมพันธ์กับหวายน้อยลงจากแต่ก่อนเยอะมากๆ เนื่องจากหลายปัจจัยและทางเลือกในการบริโภคที่หลากหลายมากขึ้นทำให้ "หวาย" เริ่มห่างหายไปจากชีวิตในประจำวันของเรา... เอาล่ะมาถึงตรงนี้หลายคนอาจจะสงสัยว่าจริงๆแล้วหวายสามารถทำอะไรได้บ้าง?? สามารถดื่มหรือทานได้หรือเปล่าทำไมคนเขียนถึงบอกว่ามันเกี่ยวกับชีวิตประจำวันของเรากันนะ... งั้นเราไปทำความรู้จักกับ "พืช" ชนิดนี้กันเลยดีกว่า



หวายเป็นพืชแบบไหน?


หวายเป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยวอยู่ตระกูลเดียวกับปาล์มเลื้อย พบได้ทั่วไปในเขตร้อนของทวีปแอฟริกาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และออสตราเลเชีย หวายมีมากกว่า 14 สกุล 600 กว่าชนิดทั่วโลก โดยเฉพาะในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่พบหวายมากถึง 9 สกุล 310 ชนิด และถูกพบในไทยมากถึง 6 สกุล 70 กว่าชนิดเลยทีเดียว ซึ่งหลังจากนี้เราขอจำแนกหวายออกเป็น 2 ประเภทตามลักษณะการเจริญเติบโต ได้แก่

  1. หวายป่า

  2. หวายปลูก


หวายป่า


หวายป่าคือหวายที่เติบโตได้เองตามธรรมชาติมักจะมีนิสัยชอบเกาะแกะอยู่ตามต้นไม้ใหญ่ ลักษณะเป็นลำเดี่ยวเลื้อยสูงไปตามต้นไม้ที่มันเกาะ ถ้าหากเรากำลังเดินป่าจะสามารถสังเกต "ต้นหวาย" ได้จากลำต้นที่เป็นลำเถามีกาบหุ้มและมีหนามแหลมยาวกระจายอยู่ทั่วลำต้น แถมยังยังมีหนามเล็กๆแทรกอยู่ตามแนวกิ่งก้านอีกด้วย ส่วนลักษณะใบคล้ายกับขนนกเรียวยาวสีเขียวสดและมีหนามสั้นอยู่รอบๆขอบใบ หนึ่งก้านมีใบย่อยมากถึง 60-80 คู่ เลยทีเดียว ออกดอกเป็นช่อมีผลสีขาวปนเหลืองลักษณะกลมมีเปลือกเป็นผิวเกร็ดราวกับเป็นไข่มังกร เนื้อแข็ง รสชาติเปรี้ยวปนฝาด ผลของหวายหรือ "ลูกหวาย" นิยมรับประทานเป็นผักจิ้มกับน้ำพริกและเป็นส่วนผสมทีเด็ดของส้มตำ แต่คุณสมบัติที่โดดเด่นจริงๆของหวายป่าก็คือลำต้นที่มียาว เหนียวและแข็งแรงทำให้ "หวายป่า" เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการนำไปทำเฟอร์นิเจอร์และเครื่องสานต่างๆ หวายป่าในไทยมักจะพบในเขตที่ร้อนชื้นและฝนตกชุกอย่างจังหวัดสุราษฎร์ธานี สงขลา ระนอง กระบี่ ปัตตานี ฯลฯ



หวายปลูก

เนื่องจากหวายนับว่าเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญในประเทศไทยและเพาะปลูกได้ง่ายจากการเพาะเมล็ด ทำให้หลายชุมชนนิยมปลูกหวายเชิงการค้ากันมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งในจังหวัดสกลนครและขอนแก่น ซึ่งเกษตรกรจะเรียกติดปากว่า "หวายตัดหน่อ" เพราะหลังจากปลูกด้วยการเพาะเมล็ดเพียง 2-3 ปีก็ออกดอกออกผลแล้วยังสามารถตัดหน่อตัดยอดเพื่อนำไปบริโภคต่อได้อีกด้วย ลักษณะทางกายภาพของหวายปลูกจะโตเป็นทรงพุ่มกอเนื่องจากยอดที่ถูกตัดทำให้หวายขยายพันธุ์ด้วยการแตกหน่อและแตกกอใหม่ออกไปเรื่อยๆ ยอดหวายมีลักษณะคล้ายกับยอดมะพร้าว ยอดหวายเป็นส่วนที่นิยมตัดขายมากที่สุด เนื่องจากยอดอ่อนสามารถนำไปประกอบอาหารได้หลายชนิด เช่น แกงอ่อม ซุบหน่อหวาย ยำ ลาบหวาย ข้าวเกรียบและหวายทอดกรอบ ยอดอ่อนหวายมีสีขาวและรสชาติขม มีธาติสังกะสีในปริมาณมาก มีคุณสมบัติแก้ร้อนใน กระหายน้ำ และยังดับพิษร้อนและพิษไข้ได้อีกด้วย.



ปลูกหวายง่ายนิดเดียว?

ใช่แล้ว! การปลูกหวาย สามารถปลูกได้ 4 วิธี คือ การปลูกด้วยเมล็ด การปลูกด้วยเหง้า การปลูกด้วยต้นกล้าจากป่า และการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ แต่เราแนะนำวิธรแรกเพราะว่าหวายสามารถเพาะเมล็ดได้ทันทีโดยไม่ต้องแกะเปลือกหรือเนื้อหุ้มเมล็ดออกเลยด้วยซ้ำ แต่ต้องปลูกให้เร็วภายใน 6 เดือนทันทีหลังจากที่เก็บเมล็ดเพราะหากว่ายิ่งเก็บไว้นานอัตราการงอกของต้นอ่อนจะลดลงไปด้วยจาก 40% เหลือไม่ถึง 10% ด้วยซ้ำ

  1. เตรียมวัสดุปลูกเป็น ดินร่วน+ทราย+แกลบเผา+ปุ๋ยคอก(มูลโค)ที่สลายตัวดีแล้วในอัตราส่วน 1:1:1:1 ควรเพาะในแปลงหรือบริเวณที่ได้รับแสงแดดประมาณ 70-80% เมื่อได้สถานที่ปลูกแล้วค่อยผสมวัสดุปลูกให้เรียบร้อยแล้วเกลี่ยผิวดินให้เรียบ

  2. ใช้ไม้ขีดแนวร่องลึกประมาณ 1 นิ้ว ห่างระว่างแถวละ 3-4 นิ้ว เสร็จแล้วโรยเมล็ดหวายที่เก็บได้มาใหม่ไปตามแนวร่อง โรยปิดทับหน้าอีกครั้งด้วยวัสดุเพาะดังกล่าวหนา 1 นิ้ว รดน้ำให้ชุ่มอยู่เสมอ เมล็ดหวายจะเริ่มทยอยงอกภายใน 45-60 วัน

  3. ต้นกล้าหวายที่พร้อมลงปลูกในแปลงจะมีอายุตั้งแต่ 1-2 เดือนขึ้นไป หรือควรให้ต้นกล้าสูงประมาณ 5-10 ซม.

  4. หวายเป็นต้นไม้ระบบรากแขนงมีรากอยู่มากมายประสานกันอยู่ตามลักษณะของพืชตระกูลปาล์มทั่วๆ ไป ส่วนยอดก็ยังสามารถเจริญเติบโตเป็นลำต้นต่อไปได้เรื่อยๆ

  5. หน่อหวายจะเริ่มแทงออกมาเพิ่มหลังจากวันที่ยอดอ่อนวันโผล่พ้นผิวดินครั้งแรกจนมีอายุประมาณ 6-8 เดือน ตามฤดูกาลและการบำรุงดูแล

  6. ในช่วงที่มีอายุการปลูก 1-1.5 ปี กอหวายจะเจริญเติบโตและแตกขยายกอเพิ่มจำนวนหน่อเป็น 6-10 หน่อ จะเป็นครั้งแรกที่สามารถตัดยอดไปบริโภค

  7. เมื่ออายุได้ 2-3 ปี จะเริ่มติดดอกและให้ผลที่สามารถนำไปขยายพันธุ์ได้ และเป็นช่วงที่สามารถตัดเก็บผลผลิตหน่อหวายจากรุ่นต่อไปได้ภายใน 6-8 เดือน หลังจากหน่อโผล่พ้นดิน

  8. เมื่ออายุ 8 ปีขึ้นไป กอหวายที่เจริญเติบโตเต็มที่จะเก็บเกี่ยวผลผลิตได้อย่างต่อเนื่อง

การดูแลรักษา


การให้น้ำ : น้ำเป็นปัจจัยที่สำคัญมากต่อการเจริญเติบโตของหวาย หากมีการสูบน้ำขึ้นมารดแปลงหวายได้ในช่วงฤดูแล้งจะทำให้ผลผลิตหน่อหวายมีออกมาอย่างต่อเนื่องตลอดปี


การกำจัดวัชพืช : ใช้รถไถเดินตามช่วยในร่องแปลง การกำจัดวัชพืช โดยทำการไถพรวนเพื่อกำจัดวัชพืชอย่างน้อยปีละครั้ง ในช่วงต้นฤดูฝน ระหว่างแถวหวายอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง


การให้ปุ๋ย : การใส่ปุ๋ยคอกเป็นประจำและต่อเนื่องเพราะทำให้หวายเจริยงอกงามได้นานกว่าปุ๋ยเคมี และการใส่ปุ๋ยเคมีนั้นจะใส่อย่างน้อยปีละครั้ง และไม่ทำลายดินด้วย วิธีการใส่ปุ๋ยที่สะดวก ให้ขุดหลุมตรงกลางระหว่างกอหวายแต่ละกอ แล้วใส่ปุ๋ยคอกลงในหลุมให้เต็ม จากนั้นใช้ดินที่ขุดขึ้นกลบทับหน้าปุ๋ยอีกที การใส่ปุ๋ยด้วยวิธีนี้จะทำให้สะดวกและประหยัดแรงงานได้มาก และพบว่าต้นหวายเจริญเติบโตงอกงามได้ไม่แพ้วิธีอื่น แต่หากมีแรงงานมากก็ควรใส่ปุ๋ยรอบทั้งกอแล้วจึงพรวนดินกลบ




สายพันธ์ุของหวายหวายในประเทศไทย


- ฉบับเบื้องต้น เราขอแบ่งชนิดของหวายตามท้องถิ่นจากการใช้ประโยชน์ที่แตกต่างกันนะครับ


1.เพื่อการบริโภค - หวายประเภทนี้จะมีใบเล็กยาว มีเนื้ออ่อนและเปราะง่าย เรามักจะใช้หน่อของมันเพื่อการประกอบอาหารเมนูเริศรสต่างๆ มักจะถูกเรียกรวมๆว่าหวายกินหน่อ เช่น หวายขม หวายหนามดำ หวายหก

2.เพื่อการแปรรูปเป็นสินค้า - หวายประเภทนี้คือหวายที่เราใช้ประโยชน์จากลำต้นที่หนารวมไปถึงเถาตอนแก่ของพวกมันไปทำเฟอร์นิเจอร์และงานจักสานต่างๆแบบที่พวกเราคุ้นตากันแต่ละชนิดก็จะมีจุดเด่นที่แตกต่างกันออกไป เช่น หวายขี้ผึ้ง หวายตะค้าทอง หวายเล็ก หวายโป่ง หวายกำพวน หวายชุมพร หวายขี้เป็ด หวายพนขนหนอน หวายหอม หวายกาหลง หวายหอมและหวายน้ำผึ้ง


PISAMAI เลือกใช้หวายน้ำผึ้งในการทำเฟอร์นิเจอร์เพราะว่าผิวหวายชนิดนี้สวยเนื้อเนียน เหนียวและแข็งแรงเป็นพิเศษ


- ฉบับลงลึก จากที่เราได้กล่าวไว้ในตอนต้นว่าในประเทศไทยพบหวายมากถึง 6 สกุล 70 กว่าชนิด เราจะมาเล่าเพิ่มต่อจากนี้เองว่า แต่ละสกุลมีความแตกต่างกันอย่างไรบ้าง


1. หวายในสกุล Calamus Linn.

เป็นหวายที่ลำต้นยาว เลื้อยปีนป่าย มี cirrus เป็นหวายชนิด dioecious ให้ช่อดอกเป็นแบบ hapaxanthic เกล็ดหุ้มผลเรียงไม่เป็นระเบียบ หวายในสกุลนี้ หวายในสกุลนี้มี 28 ชนิด ได้แก่


(1) หวายตะค้าน้ำ (C. axillaris Becc.)

(2) หวายขี้ผึ้ง (C. blumei Becc.)

(3) หวายแส้ม้า (C. bousigonii Becc.)

(4) หวายตะค้าทอง (C. caesius Bl.)

(5) หวายจากเขา (C. castaneus Griff.)

(6) หวายขี้เหร่ (C. densiflorus Becc.)

(7) หวายขม (C. diepenhorstii Miq.)

(8) หวายขม (C. erectus Roxb.)

(9) หวายพังกา (C. erinaceus (Becc.) Dransfield)

(10) หวายหนามขาว (C. floribundus Griff.)

(11) หวายหิน (C. insignis Griff.)

(12) หวายเล็ก (C. javensis Bl.)

(13) หวายผิวเบาะ (C. kerrianus Becc.)

(14) หวายโป่ง (C. latifolius Roxb.)

(15) หวายกำพวน (C. longisetus Griff.)

(16) หวายข้อดำ (C. manan Miq.)

(17) หวายขี้ไก่ (C. myrainthus Becc.)

(18) หวายช้าง (C. ornatus Bl.)

(19) หวายดำ (C. oxleyanus Teijsm. et Binn.)

(20) หวายขริง (C. palustris Griff.)

(21) หวายหอม (C. pandanosmus Furt.)

(22) หวายงวย (C. peregrinus Furt.)

(23) หวายขี้เหร่ (C. radulosus Becc.)

(24) หวายขี้เสี้ยน (C. rudentum Lour.)

(25) หวายกำ(C. scipionum Lour.)

(26) หวายทราย (C. speciosissimus Furt.)

(27) หวายขมนา (C. viminalis Willd.)

(28) หวายหัวเดียว (C. sp. aff. setulosus)


2. หวายในสกุล Daemonorops Bl.

มีทั้งขึ้นเป็นกอ และเป็นลำเดี่ยวๆ เลื้อยเป็นลำยาวหรือมีลำต้นสั้นๆ กาบหุ้มลำส่วนมากมีหนามหนาแน่น knee มีหรือไม่มี อวัยวะปีนป่ายเป็นแบบ cirrus ไม่มี flagellum ใบย่อยเรียงตัวแบบตรงข้าม เยื้อง สลับ หรือเป็นกลุ่ม ช่อดอกมีกาบรองรับ 1 อัน ซึ่งรองรับช่อดอกไว้เกือบทั้งหมด ช่อดอกย่อยสั้นกว่ากาบรองรับ ดอกเพศผู้ประกอบด้วยกลีบเลี้ยง 3 กลีบ เชื่อมติดกันเป็นรูปถ้วย กลีบดอก 3 กลีบ เกสรตัวผู้ 6

อัน โคนเชื่อมติดกัน เกสรตัวเมียมีขนาดเล็กเป็นหมัน ดอกเพศเมียมีขนาดใหญ่กว่าดอกเพศผู้ มีลักษณะเหมือนกันแต่อับเรณูไม่มีละอองเกสร หวายในสกุลนี้มี 8 ชนิด ได้แก่


(1) หวายน้ำ (D. augustifolia (Griff.) Mart.)

(2) หวายพนขี้เป็ด (D. didymophylla Becc.)

(3) หวายจาก (D. grandis (Griff.) Mart.)

(4) หวายนั่ง (D. kunstleri Becc.)

(5) หวายพนขนหนอน (D. sabut Becc.)

(6) หวายขี้แดง (D. schmidtiana Becc.)

(7) หวายเคี่ยม (D. tabacina Becc.)

(8) หวายตาปลา (D. verticillaris(Griff.) Mart.)


3. หวายในสกุล Korthalsia Bl.

หวายสกุลนี้ เป็นหวายขนาดเล็กถึงขนาดใหญ่ แข็งแรง ลำต้นเลื้อยปีนป่ายสู่เรือนยอด สามารถแตกกิ่งบริเวณยอดได้ ไม่มี knee มี ocrea ที่มีลักษณะเด่นชัดมากและมีหนามเหมือนกาบหุ้มลำ มีก้านใบชัดหรือเห็นสั้นมาก อวัยวะปีนป่ายเป็นแบบ cirrus ใบย่อยมีจำนวนน้อยเรียงตัวอย่างสม่ำเสมอไม่เป็นกลุ่ม ใบย่อยรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน หรือรูปหอก ขอบใบตอนปลายหยักเป็นฟันเลื่อย ท้องใบมีขุยสีขาวหรือสีน้ำตาล ใบย่อยมีก้านใบ ให้ช่อดอกแบบ hapaxanthic ช่อดอกเกิดบริเวณปลายยอดแทงทะลุกาบหุ้มลำออกข้างลำต้นเมื่อติดผลแล้วจะหมดอายุมีแขนงช่อดอกย่อยดอกหุ้มด้วยกาบจำนวนมากช่อดอกมีลักษณะกลมซ้อนกันแน่นดอกมีกลีบเลี้ยง 3 กลีบเชื่อมติดกันที่โคนกลีบดอกยาวกว่ากลีบเลี้ยงโคนเชื่อมติดกันเป็นหลอดสั้นๆเกสรเพศผู้เชื่อมติดกับกลีบดอกที่โคนมีจำนวน 6 อันรังไข่มีขนาดเล็กปลายแหลม

หวายสกุลนี้มี 3 ชนิด ได้แก่


(1) หวายเดาใหญ่ (K. laciniosa (Griff.) Mart.)

(2) หวายเดาหนู (K. rigida Blume)

(3) หวายเดา (K. scortechinii Becc.)


4. หวายในสกุล Plectocomia Mart.

หวายสกุลนี้ เป็นหวายชนิดขึ้นเป็นลำเดี่ยวๆ หรือขึ้นเป็นกอ ลำต้นมีขนาดใหญ่แข็งแรงลำต้นยาวเลื้อยปีนป่าย ไม่มี knee และ ocreaกาบหุ้มลำมีหนามแตกต่างกันตามชนิดหนามเชื่อมติดกันเป็นแถบซี่หวี เรียงรอบหรือเกือบรอบลำต้น ก้านใบสั้นหรือยาว มีอวัยวะปีนป่ายแบบ cirrus ใบย่อยมีจำนวนมาก เรียงตัวเป็นกลุ่มไม่สม่ำเสมอ เป็นหวายชนิด dioecious ช่อดอกเกิดบริเวณปลายยอด เมื่อติดผลแล้วจะหมดอายุ ช่อดอกมีแขนงช่อดอกย่อย แขนงแรกห้อยลงมีกาบรูปเรือเรียงซ้อนกัน ภายในกาบมีช่อดอกย่อยสั้นๆ ซึ่งภายในมีดอกเกิดเดี่ยวๆ ส่วนประกอบของดอก มีกลีบเลี้ยง 3 กลีบ กลีบดอก 3 กลีบ โคนเชื่อมติดกัน ในดอกเพศผู้มีเกสรตัวผู้ 6 อัน เชื่อมติดกันที่โคน ในดอกเพศเมียมีรังไข่ 1 อัน ส่วนปลายโค้งย้อนกลับ ผลมีขนาดใหญ่มีเกล็ดหุ้ม ปลายผลยังคงเห็นส่วนยอดของเกสรตัวเมีย หวายในสกุลนี้มี 2 ชนิด ได้แก่


(1) หวายแดง (P. kerrana Becc.)

(2) หวายเต่าเพราะ (P. macrostachya Kurz.)


5. หวายในสกุล Plectocomiopsis Griff.

หวายในสกุลนี้ขึ้นเป็นกอ ลำต้นยาวเลื้อยปีนป่าย ไม่มี kneeocrea อาจมีหรือไม่มีอวัยวะปีนป่ายเป็นแบบ cirrus ใบย่อยเรียงตัวอย่างสม่ำเสมอ ขอบใบเรียบ เป็นหวายชนิด dioecious ให้ช่อดอกเป็นแบบ hapaxanthic ช่อดอกเกิดบริเวณยอดต้นเหนือใบสุดท้าย ดอกเพศผู้ประกอบด้วยกลีบเลี้ยง 3 กลีบ เชื่อมติดกัน กลีบดอกเชื่อมติดกันที่โคน มี 3 กลีบ เกสรเพศผู้ 6 อัน รังไข่ฝ่อเป็นหมัน ในดอกเพศเมียมีลักษณะเช่นเดียวกันแต่ในอับเรณูไม่มีละอองเกสร ในส่วนของรังไข่ปลายแยกออกเป็น 3 แฉก ผลปลายแหลมยังคงมีส่วนยอดของรังไข่ และมีเกล็ดหุ้ม หวายสกุลนี้พบเพียงชนิดเดียวในประเทศไทย คือ


(1) หวายกุ้งน้ำพราย (Plectocomiopsis geminiflorus (Griff.) Becc.)


6. หวายในสกุล Myrialepis Becc.

เป็นหวายที่ลำต้นยาวเลื้อยปีนป่ายมี cirrus เป็นหวายชนิด dioecious ให้ช่อดอกเป็นแบบ hapaxanthic เกล็ดหุ้มผลเรียงไม่เป็นระเบียบ หวายสกุลนี้พบเพียงชนิดเดียวในประเทศไทย คือ


(1) หวายแดง Myrialepis paradoxa (Kurz.) Dransfield)


ที่มา : จากหนังสือวิทยานิพนธ์ “ลักษณะสัณฐานวิทยาของหวายในประเทศไทย” โดยสุชาติโภชฌงค์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์



หวาย 1 ต้นใช้ประโยชน์อะไรได้บ้าง?

1. ลำต้น - นำไปใช้ในครัวเรือนและเฟอร์นิเจอร์ เช่น โต๊ะ เก้าอี้ ม้านั่ง เตียงนอน เป็นต้น เนื่องจากคุณสมบัติที่ดีของหวาย คือ มีความเหนียว แข็งแรง ทนทาน และยืดหยุ่นได้ดี มักใช้หวายขนาดใหญ่ เช่น หวายโป่ง หวายกำพวน หวายข้อดำ หวายตะค้าทอง เป็นต้น

2. ลำต้น - ใช้จักสานเป็นเครื่องเรือน เครื่องใช้ เช่น ถาด ตะกร้า กระเป๋า เป็นต้น มักใช้หวายขนาดเล็กที่เหนียว และโค้งงอได้ดี เช่น หวายกาหลง หวายหอม หวายดง หวายขี้บาง หวายพุน เป็นต้น

3. ลำต้น - ใช้จักสานเป็นวัสดุก่อสร้าง เช่น ฝ้า ผนัง หน้าต่าง เป็นต้น มักใช้หวายขนาดใหญ่ เช่น หวายโป่ง หวายตะค้าทอง เป็นต้น

4. ยอดอ่อน ดอกอ่อน หน่ออ่อน - นำมาปรุงอาหารได้หลายเมนู อาทิ แกงอ่อม แกงหวาย แกงจืด รวมถึงลวกเป็นผักจิ้มน้ำพริก เช่น หวายโคก หวายดง หวายหางหนู หวายนั่ง หวายขม เป็นต้น

5. ราก ใบ แก่น/เนื้อไม้ ดอก และผล - นำมาใช้เป็นยาสมุนไพร ใช้ได้ในหวายทุกชนิด ได้แก่ รักษาไข้ ลดพิษจากสัตว์ต่อย ใช้ขับพยาธิ แก้อาการชัก แก้เป็นลม แก้หอบหืด ช่วยขับปัสสาวะ รักษาโรคท้องร่วง ท้องเสีย และช่วยเจริญอาหาร


แทบจะทุกส่วนของพืชชนิดนี้เรียกได้ว่า สร้างคุณค่าให้เราได้มากมายเหลือเกิน แม้กระทั่งหนามของต้นหวายที่ดูเหมือนจะไม่สร้างประโยชน์ให้กับเรา แต่ในสมัยก่อนมนุษย์ก็ใช้ประโยชน์ของหนามหวายที่แหลมคมและเรียวยาวมาทำเป็นกับดักและเครื่องมือเอาไว้ล่าสัตว์อีกด้วย


PISAMAI เชื่อมั่นในคุณภาพของหวาย.

เราเลือกใช้วัสดุจากหวายธรรมชาติเป็นหลักในการทำเฟอร์นิเจอร์ ด้วยจุดเด่นของเนื้อหวายคือ ความเหนียว ยืดหยุ่น แข็งแรง ทำให้สามารถนำมาดัดโค้งเพื่อรองรับสรีระของผู้ใช้งานและคงความสวยงามตามองศาที่ช่างฝีมือได้ลงมือดัดอย่างสร้างสรรค์ อีกทั้งเฟอร์นิเจอร์หวายจะมีน้ำหนักที่เบาและเคลื่อนย้ายได้ง่ายกว่า เมื่อเทียบกับเฟอร์นิเจอร์ไม้ทั่วไปอีกด้วย


อ้างอิง :

http://forprod.forest.go.th/forprod/ebook/การปลูกและการจัดการหวาย/scan0001.pdf

http://www.phargarden.com/main.php?action=viewpage&pid=300

https://www.dailynews.co.th/agriculture/613859

https://www.rakbankerd.com/agriculture/page.php?id=5019&s=tblplant



What's Next


ในซีรี่ย์ PISAMAI Story episode ถัดไปเราจะพาทุกท่านไปดูขั้นตอนการทำเฟอร์นิเจอร์หวายกันครับ!



[ fyi: มารู้จักอนุกรมวิธานของหวายกันเพิ่มหน่อยดีกว่าา] 
- หวายอยู่ในอาณาจักรพืช
- ไฟลัม Tracheophyta (พืชที่มีท่อลำเลียงมีขนาดใหญ่อยู่บนพื้นดิน)
- ชั้น Angiosperms (พืชมีดอกมีเมล็ดและให้ผล) 
- ชั้นย่อย Monocots (พืชใบเลี้ยงเดี่ยวที่มีดอก)
- อันดับ Arecales (ปาล์ม)
- วงศ์ Arecaceae (ปาล์มเลื้อย)
- วงศ์ย่อย Calamoideae (หวาย)
- เผ่า Calmeae (หวาย)


#PISAMAI #pisamaistory

ดู 10 ครั้ง0 ความคิดเห็น